fbpx

ทัวร์ชิมไวน์: จิบไวน์เก๋ๆ เดินเที่ยวไร่องุ่นที่ 5 แหล่งผลิตไวน์ชั้นยอด

Featured photo-Bordeaux-France-Tuscany-Italy-vineyard-wine tasting tours

หากจะจัดทริป ทัวร์ชิมไวน์ แล้วล่ะก็ กิจกรรมที่ขาดไม่ได้ก็คือการไปเดินชมไร่องุ่น ไปลองย่ำเท้าบนองุ่น และที่แน่ๆ ก็คือการไปชิมไวน์! ไปศึกษาวิธีการดื่มไวน์ Chianti อย่างถูกวิธีระหว่างการทัวร์ปราสาทใน ทัสคานี หรือจิบไวน์ Bordeaux เพลินๆ ที่ชาโตว์สักแห่งในฝรั่งเศส หากได้จิบไวน์ที่ว่าดีแล้ว การได้ไปเยือนถิ่นปลูกไวน์นั้นๆ ก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก ว่าแล้วก็เตรียมเปิดขวดไวน์ และชนแก้วสำหรับทริปทัวร์ชิมไวน์ครั้งถัดไป (หรือครั้งแรก) กันได้เลย!

เกร็ดน่ารู้: ไวน์ทำมาจากองุ่นหลากหลายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือองุ่นแดง (Vitis vinifera) โดยเฉลี่ยแล้วองุ่นช่อหนึ่งจะมี 75 ลูก และนั่นคือจำนวนที่ใช้ผลิตไวน์ได้หนึ่งแก้ว ดังนั้นต้นองุ่นหนึ่งต้นก็สามารถผลิดไวน์ได้ 10 ขวด และไร่องุ่น 400 ต้นก็สามารถเก็บเกี่ยวองุ่นได้ประมาณ 5 ตัน ในแต่ละฤดูกาลเก็บเกี่ยวนั่นเอง

ทัวร์ชิมไวน์-ไร่องุ่น-หุบเขานาปา

1. ทัวร์ชิมไวน์ | หุบเขานาปา (Napa Valley) – สหรัฐอเมริกา

หุบเขานาปา ในรัฐแคลิฟอร์เนียมีโรงกลั่นไวน์มากกว่า 400 แห่งให้ไปเยี่ยมชม และมีกิจกรรมต่างๆ มากมายที่เหมาะสำหรับการทัวร์ชิมไวน์ สำหรับนักชิมไวน์มือใหม่สามารถนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ Napa Valley Wine Train เพื่อไปชมแหล่งผลิตไวน์ และชิมอาหารมื้อพิเศษ ใครมีเวลาก็ลองไปลงคลาสทำอาหารและทำไวน์ได้ที่ The CIA at Copia (The Culinary Institute of America) แล้วก็เดินสำรวจเส้นทาง Silverado Trail พร้อมชิมไวน์ที่คัดสรรอย่างดีจากไวเนอรี่มากกว่า 40 แห่งในเขตหุบเขานาปาด้วยล่ะ

ไวเนอรี่ส่วนใหญ่ใน หุบเขานาปา จะเชี่ยวชาญในเรื่องไวน์ Cabernet Sauvignon (ไวน์แดง) และไวน์ Chardonnay (ไวน์ขาว) ซึ่งแต่ละแบบก็มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ในตัวของมันเอง ไปเยี่ยมชมไร่องุ่น Schramsberg Vineyards แล้วไปชมถ้ำไวน์ พร้อมจิบสปาร์คกลิ้งไวน์ หรือลองไปสรรค์สร้างรสชาติที่ตนเองชอบที่โรงกลั่นไวน์ Conn Creek Winery ใครมีโอกาสก็ขอให้ลองพูดคุยกับบรรดาคนทำไวน์ทั้งหลาย และอย่าลืมไปถ่ายรูปไร่องุ่นสวยๆ พร้อมชิมรสชาติที่ทำให้ไวน์จาก หุบเขานาปา กลายเป็นไวน์ที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ทัวร์ชิมไวน์-ไร่องุ่น-โรงกลั่นไวน์-หุบเขานาปา-Sterling Vineyards-Newton Vineyard

ไวเนอรี่ห้ามพลาดในหุบเขานาปา

  • Sterling Vineyards – ที่ไวเนอรี่สไตล์เมดิเตอเรเนียนแห่งนี้ แขกสามารถชิมไวน์ขณะชมวิว หุบเขานาปา จากบนรถรางลอยฟ้าได้ โดยตั๋วขึ้นรถรางอยู่ที่ 35USD ต่อคน ส่วนคนที่อายุต่ำกว่า 21 ปีเสียแค่ 20USD ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบขึ้นได้ฟรี
  • Newton Vineyard – ไร่องุ่นแห่งนี้มีทั้งความเก๋และความเก่งในด้านไวน์ โดยตั้งอยู่บนยอดเขา Spring Mountain ใน เซนต์เฮเลนา (St. Helena) มีทั้งสวนที่จัดอย่างสวยงามและไวน์เก่าแก่รสชาติเลิศให้ชิมกันด้วย
  • Castello di Amorosa – ไร่องุ่นแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าคือเดอะเบสต์ในบรรดาไร่องุ่นใน หุบเขานาปา ไวเนอรี่สร้างเป็นปราสาทที่มีกลิ่นอายสถาปัตยกรรมในยุคศตวรรษที่ 13 และตระกูล Sattui ก็ยังคงรักษามรดกตกทอดในด้านการทำไวน์ได้เป็นอย่างดี
  • Cuvaison Estate Wines –เสิร์ฟรสชาติความสมัยใหม่ในสถานที่ตั้งเก่าแก่ บรรดาคอไวน์ทั้งหลายสามารถชิมไวน์ชิลๆ เคล้าวิวงามๆ ของยอดเขา Milliken Peak อย่างใกล้ชิดในหุบเขา Carneros Valley ได้
  • Chateau Montelena Winery – นักท่องเที่ยวสามารถวอล์คอินเข้าไปชมไวเนอรี่ Chateau Montelena Winery ที่ตั้งอยู่บนเชิงเขา Mount Saint Helena ได้เลย คอไวน์ทั้งหลายสามารถดื่มด่ำกับรสชาติแท้ๆ ของ Montelena ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 9.30 น. ถึง 16.00 น. ภายในปราสาทหิน ซึ่งมองออกไปเป็นวิวไร่องุ่นสวยงาม สวนตกแต่งแบบจีน และทะเลสาบ ที่ดีงามก็คือนักท่องเที่ยวสามารถไปชมบริเวณต่างๆ เหล่านั้นได้ฟรี!

เข้าพักที่ Vino Bello Resort, แล้วออกไปเที่ยว นาปา

ที่พักใกล้ไร่องุ่น-ทัวร์ชิมไวน์-Vino Bello Resort

จองที่พักราคาดีที่สุดในนาปา

ทัวร์ชิมไวน์-ทัสคานี

2. ทัวร์ชิมไวน์ | ทัสคานี (Tuscany) – อิตาลี

ไร่องุ่นทั่วอิตาลีไม่ได้ขึ้นชื่อแค่เรื่องไวน์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงมรดกตกทอดอันเก่าแก่เป็นร้อยๆ ปีด้วย และไวเนอรี่บางแห่งในแคว้น ทัสคานี ก็ถือเป็นไวเนอรี่ที่เก่าแก่ที่สุดด้วย วิธีที่ง่ายที่สุดอย่างหนึ่งในการไปทัวร์ชิมไวน์ในแคว้น ทัสคานี ก็คือจองทัวร์กับ Chianti Wine Tour ในเมือง ฟลอเรนซ์ ซึ่งเหมาะกับครอบครัว และมีบริการรับส่งฟรีจากโรงแรม นอกจากนั้น หลายคนก็เลือกที่จะชมวิวมุมสูงงามๆ จากบอลลูน ซึ่งหลายบริษัททัวร์ก็มีบริการนี้ไว้สำหรับนักท่องเที่ยว และสามารถจองทางออนไลน์ได้ การนั่งบอลลูนชมวิวนั้นมีตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาเหมาะสุดคือระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤศจิกายน

ทัวร์ชิมไวน์-ทัสคานี-Castello di Fonterutoli-Poderi Di Capo Duomo Estate

ไร่องุ่นวิวสวยในแคว้นทัสคานี

  • Castello di Fonterutoli – อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม บรรดาแขกจะได้รู้จักกับไวน์อิตาเลียนคุณภาพดี แถมได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของภูมิภาค Chianti พื้นที่ของ Castello di Fonterutoli ประกอบด้วยบริเวณผลิตไวน์ห้าแห่ง และไร่องุ่น 73 แห่ง นอกจากนี้ยังสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะชิมไวน์ Tenuta di Belguardo หรือ Mazzei ไร่องุ่นนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องน้ำมันมะกอก เหล้าเกร็ปป้า และผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจากดอกลาเวนเดอร์พันธุ์พื้นเมือง
  • Poderi Di Capo Duomo Estate – แวะไปเที่ยวทะเลสาบใน Grosseto เพื่อชิมไวน์ชนิดพิเศษซึ่งปลูกในไร่องุ่นแบบขั้นบันไดติดกับทะเล ส่วนไวน์ขึ้นชื่อของ Poderi Di Capo Duomo Estate ก็คือ Africo และ Maisto ซึ่งตั้งชื่อตามลมที่พัดผ่านชายฝั่งทัสคานีนั่นเอง
  • Poggio al Casone – ตั้งอยู่นอกเมืองปิซ่า บรรดาคอไวน์ทั้งหลายจะได้ชิมไวน์ชนิดพิเศษที่ปลูกบนพื้นที่ส่วนตัว อีกทั้งยังสามารถเลือกชมไร่องุ่นแบบวันเดียว หรือจะค้างคืนในบ้านพักสุดเอ็กซ์คลูซีฟก็ย่อมได้
  • Castellare di Castellina – ที่นี่โดดเด่นเรื่องอากาศ ซึ่งดูจะอบอุ่นกว่าที่อื่นๆ นิดหน่อยในภูมิภาคเดียวกัน ทัวร์ที่นี่นอกจากจะให้ความสำคัญเรื่องไวน์แล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อความหลากหลายทางชีวภาพด้วย
  • Fontodi Winery – โดดเด่นเรื่องการเพาะปลูกแบบออร์แกนิค และมีไวน์ที่ราคาจับต้องได้ในแหล่งผลิตไวน์ชื่อดังของอิตาลี คอไวน์ทั้งหลายสามารถค้างคืนได้ หรือจะเลือกทัวร์แบบวันเดียวเพื่อเที่ยวชมไวเนอรี่และป่าต้นมะกอกก็ได้เช่นกัน

เข้าพักที่ Plaza Hotel Lucchesi, แล้วออกไปเที่ยว ทัสคานี

ที่พักใกล้ไร่องุ่น-ทัวร์ชิมไวน์-Plaza Hotel Lucchesi

จองที่พักราคาดีที่สุดในทัสคานี

ทัวร์ชิมไวน์-ไร่องุ่น-ไวเนอรี่-บอร์โดซ

3. ทัวร์ชิมไวน์ | บอร์โดซ์ (Bordeaux) – ฝรั่งเศส

แคว้นบอร์โดซ์ ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำ Garonne ถือเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อที่สุดในโลก ไวน์ส่วนใหญ่ที่ผลิตในแคว้นนี้คือไวน์แดง แต่ไวน์ Sauternes ไวน์ขาวรสหวานก็ผลิตที่นี่เช่นกัน Médoc และ Saint-Émilion คือภูมิภาคยอดฮิตสำหรับการทัวร์ชิมไวน์ แต่ Graves กับ Pauillac ก็ถือเป็นเขตยอดนิยมสำหรับบรรดาคอไวน์ ทั้งผู้เชี่ยวชาญและมือใหม่หัดชิมทั้งหลาย

Wine tasting tours-vineyards-wineries-Bordeaux-Château Franc-Mayne-Château La Dominique

ชาโตว์ยอดฮิตในบอร์โดซ์

  • Château Franc-Mayne, เมือง Saint-Émilion – ใครที่มาที่ Château Franc-Mayne สามารถไปชิมไวน์ท้องถิ่นและเดินเที่ยวถ้ำใต้ดินได้ ที่นี่ยังมีบริการบ้านพัก 5 หลังสำหรับใครที่อยากอยู่ดื่มด่ำบรรยากาศให้นานกว่านี้ โดยหนึ่งในนั้นคือบ้านต้นไม้ซึ่งตั้งอยู่บนต้นสน พร้อมกับวิวไร่องุ่นที่สวยอย่างสุดๆ
  • Château La Dominique, เมือง Saint-Émilion – ใครมาที่นี่ก็ต้องห้ามพลาดไปแวะกินข้าวกลางวันที่ La Terrasse Rouge เพราะนี่เรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์ของการทัวร์ชาโตว์แห่งนี้เลยแหละ ร้านอาหารตั้งอยู่บนดาดฟ้าพร้อมวิวหลักล้าน ส่วนอาหารก็เป็นแบบคอร์สกินคู่กับไวน์ที่เข้าคู่กันอย่างลงตัว
  • Château Gruaud Larose, ในชุมชน Saint-Julien-Beychevelle – ชาโตว์แห่งนี้มีทั้งความเก๋ไก๋และความเจนจัดในเรื่องไวน์ ไปทัวร์ด้านบนหอคอยก่อนจะลงมาที่ชั้นใต้ดินเพื่อเริ่มการชิมไวน์ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มชีสและช็อคโกแลตในช่วงการชิมไวน์ได้อีกด้วย
  • Château Peyrabon, เขต Pauillac – ไวน์ Cabernet Sauvignon รสชาติเลิศแถมราคาจับต้องได้นี่แหละที่เป็นตัวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาที่ชาโตว์แห่งนี้ ที่นี่มีทั้งทัวร์ชมไร่องุ่น ห้องเก็บไวน์ และการให้ความรู้เรื่องการทำไวน์
  • Château Smith Haut Lafitte, Graves – ขึ้นชื่อเรื่องไวน์รสเลิศ และไร่องุ่นแสนสวย ซึ่งยังรวมถึงพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งและมีเวิร์กช็อปน่าสนุกให้เข้าร่วมด้วย

เข้าพักที่ Hotel La Maison Bordeaux, แล้วออกไปเที่ยว แคว้นบอร์โดซ์

Hotels near vineyards-wine tasting tour-Hotel La Maison Bordeaux

จองที่พักราคาดีที่สุดในบอร์โดซ์

ทัวร์ชิมไวน์-ไร่องุ่น-ไวเนอรี่-Yarra Valley

4. ทัวร์ชิมไวน์ | หุบเขายาร์ร่า (Yarra Valley) – ออสเตรเลีย

หุบเขายาร์ร่า ขึ้นชื่อว่ามีทิวทัศน์สวยงามและมีไร่องุ่นมากกว่า 80 แห่ง นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวที่นี่เป็นเดย์ทริปจาก เมลเบิร์น และแวะตามไวเนอรี่ต่างๆ เพื่อชิมไวน์อย่าง Chardonnay, Pinot Noir และ Syrah แล้วกินคู่กับอาหารรสเลิศจากร้านอาหารท้องถิ่น หุบเขายาร์ร่า ยังเป็นที่เที่ยวยอดฮิตสำหรับการไปเดินเล่นตามไร่องุ่น ซึ่งไม่แน่ก็อาจจะเจอสัตว์ป่ามาเดินเล่นทักทายด้วยก็ได้

ทัวร์ชิมไวน์-ไร่องุ่น-ไวเนอรี่-TarraWarra Estate-Oakridge Wines

ไร่องุ่นสวยๆ ในหุบเขายาร์ร่า

  • TarraWarra Estate – ไวเนอรีลุคโมเดิร์นแห่งนี้มีทั้งแกลเลอรี่ศิลปะ พร้อมทั้งร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารจากวัตถุดิบในท้องถิ่น และสามารถชิมไวน์ได้ในราคา 5USD ต่อคนเท่านั้น
  • Oakridge Wines – จิบไวน์การันตีรางวัลแกล้มกับอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ไวเนอรี่อันเก่าแก่แห่งนี้ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 1978
  • Yering Farm Wines – ไวเนอรี่ท้องถิ่นแห่งนี้มีวิวของ หุบเขายาร์ร่า ที่งามอย่างสุดๆ อีกทั้งมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ นำเสนอผ่านการทัวร์ชิมไวน์ รวมถึงการปิคนิค และดินเนอร์ใกล้เตาผิงบนเฉลียงเปิดโล่งด้วย
  • Domaine Chandon – ที่นี่คือผู้นำเรื่องสปาร์คกลิ้งไวน์และแชมเปญ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมไร่องุ่นรวมถึงห้องเก็บถังไวน์ ซึ่งบอกวิธีและขั้นตอนการทำไวน์ไว้ด้วย
  • Yering Station Winery – นักท่องเที่ยวที่มาแบบเป็นกลุ่มประมาณสิบคนสามารถเข้าไปทัวร์ชิมไวน์ได้ฟรีที่ Yering Station ซึ่งเป็นไวเนอรี่ที่เก่าแก่และวิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งใน หุบเขายาร์ร่า เลยก็ว่าได้

เข้าพักที่ Yering Gorge Cottages, แล้วออกไปเที่ยว หุบเขายาร์ร่า

ที่พักใกล้ไร่องุ่น-ทัวร์ชิมไวน์-Yering Gorge Cottages

จองที่พักราคาดีที่สุดในหุบเขายาร์ร่า

ทัวร์ชิมไวน์-ไร่องุ่น-ไวเนอรี่-ซานโตรินี่

5. ทัวร์ชิมไวน์ | ซานโตรินี่ (Santorini) – กรีซ

ซานโตรินี คือเกาะสวรรค์บนทะเลอีเจียน ที่นี่คือแหล่งผลิตไวน์อันโดดเด่น พร้อมประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ไวน์บนเกาะแห่งนี้มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ นั่นเป็นเพราะดินจากภูเขาไฟในอาณาเขตแห่งนี้ คอไวน์สามารถชิมไวน์ท้องถิ่นอันหลากหลายได้ตามไร่องุ่นต่างๆ หรือในร้านอาหารเป็นร้อยๆ แห่งทั่ว ซานโตรินี และสถานที่ที่ห้ามพลาดแห่งหนึ่งก็คือ ArtSpace แกลเลอรี่ศิลปะใต้ดินลึกถึงแปดเมตร ซึ่งในอดีตเคยเป็นไวเนอรี่มาก่อน

ทัวร์ชิมไวน์-ไร่องุ่น-ไวเนอรี่-ซานโตรินี่-Estate Argyros-Koutsoyannopoulos Wine Museum

ไวเนอรี่ยอดฮิตในซานโตรินี่

  • Gaia – ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลที่มีวิวพระอาทิตย์ตกสวยสะกด มาที่นี่ทั้งทีก็ต้องไปจิบทั้งไวน์แดงและไวน์ขาวระหว่างนั่งชิลอยู่บนชายหาดสีดำด้วย
  • Gavalas Winery – ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Megalochori ที่นี่มีชื่อเสียงด้านไวน์ Vinsanto ซึ่งถือว่าเป็นไวน์หวานที่ดีที่สุดในโลก และมีจำนวนจำกัดด้วย ดังนั้นก็อย่าลืมขอชิมด้วยล่ะ
  • Estate Argyros – คือส่วนผสมอันลงตัวระหว่างศิลปะกับไวน์ ไร่องุ่นแห่งนี้มีอายุตั้งแต่ทศวรรษ 1850 และเป็นไร่องุ่นที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในแหล่งผลิตไวน์ทัสคานี ไวเนอรี่รุ่นที่สี่แห่งนี้ยังผลิตไวน์แดงฟูลบอดี้และไวน์ขาวสามชนิดด้วย
  • Koutsoyannopoulos Wine Museum – ที่นี่เป็นทั้งไวเนอรี่และพิพิธภัณฑ์ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1870 โดยบอกเล่าประวัติความเป็นมาของการผลิตไวน์และวัฒนธรรมไวน์ในกรีซ แถมมีไวน์ไว้ให้ชิมเช่นกัน
  • Santo Wines – ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของเกาะซานโตรินี่ ที่นี่มีไวน์ให้ชิมอย่างหลากหลาย อีกทั้งจัดแสดงการทำไวน์ท้องถิ่นคุณภาพสูงผ่านการเกษตรแบบยั่งยืนร่วมกันกับเหล่าผู้ผลิตในเขต ซานโตรินี่

เข้าพักที่ Dome Santorini Resort, แล้วออกไปเที่ยว ซานโตรินี่

ที่พักใกล้ไร่องุ่น-ทัวร์ชิมไวน์-Dome Santorini Resort

จองที่พักราคาดีที่สุดในซานโตรินี่

This post is also available in: English العربية